กูรูเผยสาเหตุ ซักแล้วแต่ "ผ้าขนหนูยังเหม็นอับ" พร้อม 3 วิธีแก้กลิ่นให้กลับมาสะอาด!

กูรูเผยสาเหตุ ซักแล้วแต่ "ผ้าขนหนูยังเหม็นอับ" พร้อม 3 วิธีแก้กลิ่นให้กลับมาสะอาด!

กูรูเผยสาเหตุ ซักแล้วแต่ "ผ้าขนหนูยังเหม็นอับ" พร้อม 3 วิธีแก้กลิ่นให้กลับมาสะอาด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ซักแล้วแต่ “ผ้าขนหนูยังเหม็นอับ” ผู้เชี่ยวชาญเผยสาเหตุอาจมาจากพฤติกรรมนี้ พร้อม 3 วิธีแก้กลิ่นให้กลับมาสะอาด

เคยไหม? ซักผ้าขนหนูสะอาดแล้ว แต่พอหยิบมาใช้กลับมีกลิ่นอับ กลิ่นเหมือนผ้าไม่แห้ง ทั้งที่ซักเป็นประจำ หลายคนอาจคิดว่าสาเหตุเกิดจากน้ำยาซักผ้าไม่ดีพอ จึงเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเพิ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มมากขึ้น

แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้านจากญี่ปุ่นเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ ผ้าขนหนูมีกลิ่นเหม็นอับ อาจไม่ได้เกิดจากน้ำยาซักผ้า แต่อาจมาจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในการซักและดูแลผ้าที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว

ซักเสร็จแล้วควรรีบตาก อย่าทิ้งผ้าไว้ในเครื่องซักผ้า

ろんろん (Ronron) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบบ้านชาวญี่ปุ่น ระบุว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผ้ามีกลิ่นอับ คือการปล่อยเสื้อผ้าหรือผ้าขนหนูที่ซักเสร็จแล้วทิ้งไว้ในเครื่องซักผ้าเป็นเวลานาน

ภายในเครื่องซักผ้ามีสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะต่อการสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน แม้จะทิ้งไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจเริ่มเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

ดังนั้น หลังซักเสร็จควรนำผ้าออกจากเครื่องทันที และนำไปตากในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท เพื่อช่วยลดความชื้นและป้องกันการสะสมของเชื้อโรค

นอกจากนี้ อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ ถังซักผ้า เพราะด้านในของเครื่องซักผ้าอาจมีคราบน้ำยาซักผ้าที่ตกค้าง คราบไขมันจากร่างกาย เศษสิ่งสกปรก รวมถึงเชื้อราสะสมอยู่ เมื่อซักผ้าครั้งต่อไป สิ่งเหล่านี้อาจกลับมาติดบนผ้าขนหนูที่เพิ่งซักใหม่ ทำให้เกิดกลิ่นอับซ้ำได้

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำความสะอาดถังซักเป็นประจำ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า หรือเปิดระบบล้างถังตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ผ้าขนหนูก็มีอายุการใช้งาน ไม่ใช่ใช้ได้ตลอดไป

นอกจากวิธีซักแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งอาจมาจากตัวผ้าขนหนูเอง เพราะเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน เส้นใยของผ้าจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้คราบเหงื่อ ไขมันจากผิวหนัง และสิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าไปสะสมอยู่ลึกในเนื้อผ้า

แม้จะซักหลายครั้ง กลิ่นเหล่านี้ก็อาจกำจัดออกได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อผ้าเริ่มสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำและมีเนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง

สัญญาณที่บอกว่าผ้าขนหนูอาจถึงเวลาต้องเปลี่ยน ได้แก่

  • ผ้าซับน้ำได้น้อยลง
  • เนื้อผ้าแข็งกระด้าง ไม่ฟูนุ่มเหมือนเดิม
  • มีกลิ่นอับติดอยู่ แม้ผ่านการซักแล้ว

ろんろん แนะนำว่า โดยทั่วไปผ้าขนหนูควรเปลี่ยนประมาณปีละครั้ง เพื่อรักษาความสะอาดและประสิทธิภาพในการใช้งาน

3 วิธีแก้ปัญหาผ้าขนหนูเหม็นอับแบบตรงจุด

หากต้องการแก้ปัญหาผ้าขนหนูมีกลิ่น ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มทันที แต่ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมพื้นฐานในการซักผ้า

1. นำผ้าออกจากเครื่องทันทีหลังซักเสร็จ

อย่าปล่อยผ้าเปียกค้างในเครื่องเป็นเวลานาน เพราะความชื้นจะกระตุ้นการเกิดกลิ่นอับและการสะสมของแบคทีเรีย

2. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอ

ล้างถังซักและกำจัดคราบตกค้างที่สะสมอยู่ภายใน เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกย้อนกลับมาติดบนผ้าที่ซักใหม่

3. ตรวจสอบอายุการใช้งานของผ้าขนหนู

หากผ้าเริ่มซับน้ำไม่ดี เนื้อผ้าแข็ง หรือมีกลิ่นติดแม้ซักแล้ว อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนผืนใหม่

เปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ช่วยให้ผ้าขนหนูสะอาดหอมขึ้น

ปัญหาผ้าขนหนูเหม็นอับอาจไม่ได้เกิดจากน้ำยาซักผ้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากขั้นตอนเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองข้าม

การดูแลเครื่องซักผ้า นำผ้าไปตากทันทีหลังซัก และเปลี่ยนผ้าขนหนูเมื่อถึงเวลา จะช่วยให้ผ้ากลับมาสะอาด หอม และใช้งานได้อย่างถูกสุขอนามัยมากขึ้น

 

แหล่งข้อมูล: ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบบ้านญี่ปุ่น Ronron

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล